ชาวทุ่งหลวงน้ำตาตกปลูกข้าวเจอแล้ง


ชาวนาใน ต.ทุ่งหลวง  อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เดือดร้อนหนัก เจอฝนทิ้งช่วงขาดน้ำ  ต้นข้าวเริ่มเหี่ยวเฉา  วอนฝนหลวงช่วยเหลือ และขอชลประทานตัดผ่านพื้นที่ เพื่อแก้ภัยแล้งระยะยาว 


วันที่12 ก.ย.62  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรทำนาในพื้นที่หมู่  2  หมู่ 3 หมู่  4 หมู่ 6  หมู่ 7 และหมู่  10  รวมพื้นที่กว่า 1,000  ไร่   ใน ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี  เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงมานานนับเดือนจนประสบปัญหาภัยแล้ง   ส่งผลทำให้ต้น ข้าวที่ปลูกเริ่มได้รับผลกระทบ บางแปลงเหี่ยวเฉา ลำต้นแคะแกร็น  เหลือง พื้นดินแห้ง  บางแห่งหว่านข้าวเป็นรอยที่ 2  เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่มีฝนตกลงเล็กน้อยพอชุ่ม ๆ พื้นดิน ไม่มีน้ำขัง      


นายสงกรานต์  อ่วมอาบ  เกษตรกรทำนา กล่าวว่า  ทำนา  8 ไร่ ลงทุนไปไร่ละ ประมาณ 1,500 บาท รวมเกือบ 20,000 บาท  เมื่อปีที่แล้วได้ข้าวประมาณ 4 - 5 ตัน  ส่วนปีนี้มองดูสภาพพื้นที่แล้วคงไม่ได้ข้าวแน่นอน  พอเริ่มทำนามาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม มีฝนตกลงมาเพียงครั้งเดียว จนข้าวเหี่ยวตายไปแล้วครั้งหนึ่ง และก็มาหว่านข้าวใหม่อีกรอบหนึ่ง สงสัยว่าอาจจะต้องยืนต้นตายไปอีกรอบที่ 2    มีฝนตกลงมาบ้างแต่ตกเล็กน้อยแค่ฝนปรอย ๆ  คาดว่าพื้นที่นาข้าวทั้งตำบลมีอยู่ประมาณ 1,000 ไร่  และยังมีพื้นที่ปลูกอ้อย และพืชผักอื่น ๆ ได้รับผลกระทบหมด   จึงอยากได้ฝนเทียมเข้ามาช่วยเหลือด่วนในเบื้องต้นก่อน  ยังคงทันเวลาเหตุการณ์กับปัญหาเฉพาะหน้าของนาข้าวที่ต้องการน้ำฝนอยู่ในตอนนี้เพราะมีเกษตรกรอีกหลายรายได้ลงทุนปลูกข้าว  ข้าวกำลังเจริญเติบโตอยู่ หลังจากที่ได้ไปกู้ยืมเงินจากธนาคาร ธกส.มาลงทุนหวังจะได้เงินคืน  ส่วนอีกเรื่องอยากให้กรมชลประทานเข้ามาสำรวจพื้นที่ เพื่อให้มีคลองชลประทานผ่านพื้นที่หรือช่วยขุดสร้างคลองเก็บกักน้ำ  ชาวบ้านในตำบลจะได้มีน้ำใช้ในการเกษตรในระยะยาวอย่างถาวร


แต่เหตุปัญหาด่วนตอนนี้ อยากให้ทางกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเร่งเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านในตำบลทุ่งหลวงด้วย เพราะเหลือเวลาอีกประมาณเดือนเศษก็จะสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้แล้ว แต่อาจจะได้ข้าวที่ไม่ค่อยมีคุณภาพมากนัก เพื่อพอมีเงินจาก ขายข้าวไปจ่ายหนี้ธนาคารได้บ้าง


นายมนัส อำพันธ์ภาค อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 2 ต.ทุ่งหลวง เปิดเผยว่า มีที่นาอยู่ประมาณ 70 ไร่ เป็นนาเช่าอยู่ 34 ไร่ นาของตัวเอง  36 ไร่ ในการทำนาแต่ละครั้งจะไปกู้ยืมเงินมาลงทุน 6 - 7 หมื่นบาท ปีที่แล้วทำนาทั้งหมด 70 ไร่ ได้ข้าวประมาณกว่า 30 ตัน แต่ปีนี้ดูจากปริมาณฝนตกน้อยและทิ้งช่วง คิดว่าคงหมดโอกาสที่จะได้ข้าวเปลือกเหมือนกับปีที่แล้วอย่างแน่นอน และยังไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนที่จะนำมาใช้หนี้ได้ 

นายวิลาส พลอยงาม อายุ 60  ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 2 ต.ทุ่งหลวง กล่าวว่า ปีที่แล้วทำนาอยู่ 40 ไร่ มาปีนี้ต้องลดจำนวนลงเหลือแค่ 5 ไร่ เนื่องจากขาดทุนในการทำนามาก และยังมีปัญหาเรื่องหนี้สิน จากที่นามีปัญหาภัยแล้ง จึงตัดสินใจทำนาแค่นี้เอาข้าวเปลือกไปสีที่โรงสีเพื่อเก็บไว้กินต่อปี  แต่ขณะนี้มองดูว่าที่นาที่ทำอยู่ 5 ไร่ ก็คงจะไม่ได้เห็นเม็ดข้าวเปลือกอีก  เพราะนาข้าวกำลังเหี่ยวเฉายืนต้นตายจากการขาดน้ำหล่อเลี้ยง ผืนนาก็แตกระแหง อีกทั้งพื้นที่อยู่นอกเขตชลประทานไม่มีน้ำจากที่อื่น นอกจากรอน้ำฝนจากฟ้ามาช่วยเพียงอย่างเดียว 


นายนรเศรษฐ เรืองพยุงศักดิ์  นายกเทศบาลตำบลทุ่งหลวง เปิดเผยแนวทางช่วยเหลือว่า สำหรับตำบลทุ่งหลวงมี 16 หมู่บ้าน ปีนี้ฝนตกน้อยมากและยังทิ้งช่วงอีก ชาวบ้านส่วนมากจะทำการเกษตรได้รับความเดือดร้อนอยู่ ที่ผ่านมาทางเทศบาลมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและมีทางอำเภอปากท่อได้ให้เทศบาลสำรวจเพิ่มเติม พร้อมส่งโครงการเข้าอำเภอเพื่อให้ทางอำเภอส่งไปจังหวัดให้เป็นงบจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง  ส่วนตอนนี้ได้ดูพื้นที่ ซึ่งมีเกษตรกรเดือดร้อนมาก  การทำนาก็ไม่ได้ผล โดยนายประทีป นทีทวีวัฒน์ นายอำเภอปากท่อ  ได้สั่งการให้ทางเกษตรกรที่เดือดร้อนไปแจ้งที่เทศบาลว่ามีพืชผลทางการเกษตรเสียหายอะไรบ้าง  ซึ่งทางเทศบาลฯจะทำหนังสือถึงเกษตรอำเภอให้เร่งเข้ามาสำรวจเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว 

ส่วนระยะยาวทางเทศบาลตำบลทุ่งหลวงจะประสานกับสำนักงานโครงการชลประทานราชบุรี ให้มาสำรวจพื้นที่ในการนำแหล่งน้ำผ่านเข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากชาวนาได้รอคอยแต่น้ำฝนเพียงอย่างเดียว   ถ้ามีโครงการชลประทานผ่านคาดว่าจะทำให้ปัญหาต่าง ๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีมากกว่านี้ 


อย่างไรก็หลังทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านนายประทีป นทีทวีวัฒน์ นายอำเภอปากท่อ ได้สั่งการให้ นายลือชา วงศ์เปี่ยม ปลัดอำเภอปากท่อ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอและเกษตรตำบลทุ่งหลวง เข้ามาตรวจสอบพร้อมพูดคุยสอบถามถึงปัญหากับเกษตรกรชาวนา  เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น   นอกจากนี้ทางนายกเทศบาลตำบลทุ่งหลวงได้ขอให้นำปัญหาดังกล่าวไปประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าวหมู่บ้าน เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับทราบ และเดินทางมาแจ้งปัญหาภัยแล้งได้ที่เทศบาล  ซึ่งจะได้ตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาตามเกณฑ์ของรัฐในการช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน อีกทั้งจะประสานไปที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เพื่อให้ช่วยประสานไปที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงเข้ามาช่วยเหลือทำฝนเทียมแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนาเบื้องต้นก่อน..  
ชาวทุ่งหลวงน้ำตาตกปลูกข้าวเจอแล้ง ชาวทุ่งหลวงน้ำตาตกปลูกข้าวเจอแล้ง  Reviewed by ไชโยราชบุรี on กันยายน 12, 2562 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.