นับถือใจ!! อดีตเชฟดังผันชีวิตมาสอนเด็กทำอาหาร


อดีตเชฟ  ที่ทำอาหารให้กับโรงแรมชื่อดังทั้งใน และต่างประเทศมานานได้ผันตัวเองกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับญาติเปิดร้านอาหารสไตล์ยุโรป และมีจิตกุศลเปิดสอนหลักสูตรการทำอาหาร และขนมง่าย ๆ  ระดับ 5 ดาวแก่เด็ก ๆ ฟรี ทำให้เด็ก เกิดการเรียนรู้สร้างการเป็นภาวะผู้นำกล้าแสดงออก
         
วันนี้ 25 มิ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า...  นายพรศักดิ์ กลมทุกสิ่ง อายุ  46 ปี อดีตเชฟจากโรงแรมชื่อดังหลายแห่งระดับ 5 ดาว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ด้วยประสบการณ์ด้านการทำอาหารมานานเมื่อถึงจุดอิ่มตัว จึงได้ผันชีวิตตัวเองกลับมาเปิดร้านอาหารร่วมกับนายปฏิภาณ มีต้องปัน อายุ  49 ปี เจ้าของร้านซึ่งเป็นญาติใช้ชื่อร้านว่า  “คันทรี่โรสสเต๊ก” ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.บ้านไร่ อ.เมือง จ.ราชบุรี  ด้วยใจรักในการชื่นชอบการทำอาหารในสไตล์  ทั้งอาหารไทย อาหารยุโรป อเมริกัน และขนมสูตรต่างๆ รสชาติระดับ 5 ดาว มาได้ประมาณ 7 เดือน

(คลิปในข่าว)

แถมยังมีจิตกุศลนำความรู้และประสบการณ์ที่ตนเองได้รับจากการทำงาน มาเปิดสอนหลักสูตรการทำอาหาร และหลักสูตรการทำขนมให้น้องๆ เด็กนักเรียนที่สนใจเรียนฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  เป็นสูตรเฉพาะที่สามารถใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ในการทำอาหารและขนม แต่มีรสชาติเทียบเท่าระดับ 5 ดาว ถึงขั้นเชฟของโรงแรมดังกันเลยทีเดียว โดยหลังเปิดรับสมัครผ่านทางเฟ้ซบุ๊ก มีพ่อ แม่ ผู้ปกครอง นำบุตรหลานเข้ามาสมัครจองคิวกันอย่างคึกคัก จนอุปกรณ์ที่เตรียมไว้แทบจะไม่เพียงพอ

     
ทั้งนี้นายพรศักดิ์  กลมทุกสิ่ง อดีตเชฟ เปิดเผยชีวิตการทำงานในโรงแรมที่ผ่านมาว่า สมัยก่อน การทำอาหารบริการโรงแรมระดับ 5 ดาว ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก  มีผู้ใหญ่สนับสนุน ให้โอกาสเข้าไปอยู่โรงแรมระดับ 5 ดาว  คือ โรงแรมแมริออท รีเวอร์ไซส์  โฮเทล เป็นที่แรก และเป็นแบรนด์แรกของเมืองไทย ต่อมามีอีกหลายแห่งที่ได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ส่วนมากจะเป็นแบรนด์ของอเมริกา สุดท้ายได้ไปอยู่ที่โรงแรมแถวสุขุมวิท จากนั้นได้ลาออกมากลับมาอยู่กับบ้านใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดและได้มาอยู่ที่จังหวัดราชบุรี  ส่วนตัวมีความรู้เรื่องอาหารหลากหลายชนิด รวมกับร้านที่มีความรู้อาหารแถบยุโรป และก็ได้เชฟจากทางยุโรป ซึ่งมีประสบการณ์การทำอาหารจากหลายประเทศเข้ามาทำอาหารที่ร้านด้วย

         
ส่วนตนเองจะเชี่ยวชาญอาหารหวาน ประกอบกับเจ้าของร้านเปิดโอกาสให้ช่วยสอนเด็กๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเรียน จะเปิดสอนช่วงบ่ายของทุกวันอาทิตย์ เพื่อให้เด็กที่เข้ามาเรียนได้เกิดการพัฒนา ก้าวไปสู่การเป็นเชฟระดับอินเตอร์ได้ในอนาคต ตนมั่นใจว่าได้เคยทำอาหารให้กับบุคคลสำคัญมามากมาย  สำหรับสิ่งที่สอนให้เด็กๆ ไปนั้นสามารถสู้ได้ทั่วโลก  เพราะได้เคยทำอาหารให้กับนักธุรกิจต่างประเทศหลายประเทศมาแล้ว  มั่นใจว่าสิ่งที่สอนไปสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ เป็นประโยชน์กับเด็กมาก มองว่าหากเด็กเป็นฝ่ายชักชวนพ่อแม่มาทำอาหารแล้วจะเกิดความตั้งใจสูงเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หากเป็นผู้ปกครองเป็นฝ่ายจูงเด็กมาเรียน บางครั้งเด็กอาจจะได้เพียงครึ่งเดียว
 
             
สำหรับอาหารที่นำมาสอนให้นั้นส่วนใหญ่จะง่าย ๆ คือ ขนมคุกกี้ ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ เป็นพื้นฐานง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เครื่องตี ซึ่งหากจะซื้ออุปกรณ์เครื่องตีจะมีราคาแพงประมาณ 30,000 บาท เราจึงสอนการดัดแปลงอุปกรณ์การทำขนมง่าย ๆ แค่คลุกแป้งให้เข้ากันก็สามารถทำให้ขนมมีความอร่อยได้ โดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องตีที่มีราคาแพง  อนาคตจะฝึกสอนเด็กก้าวขึ้นสู่มาสเตอร์จูเนียร์ไทยแลนด์ แต่จะต้องเทรนด์เรื่องอาหารไทย อาหารฝรั่ง สอนเรื่องการตกแต่งอาหารให้เกิดความสวยงาม  โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด และเรื่องการถนอมอาหารเป็นสิ่งสำคัญ ต้องรู้หลักความสะอาด แล้วค่อยมาเรื่องที่เกี่ยวข้องจึงจะเป็นเชฟที่สมบูรณ์

             
นายปฏิภาณ มีต้องปัน เจ้าของร้านคันทรี่โรสสเต๊ก เปิดเผยว่า ตนเองเป็นคนชอบทำอาหารและชอบให้ลูก หลาน เด็ก ๆ ได้รู้จักการเข้าครัวทำอาหารกินเอง สอนให้เด็กเกิดความผูกพันในครอบครัว พี่น้อง พ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย  เวลารู้สึกหิวสามารถพึ่งพาตนเองได้ คือทำอาหารกินเป็นไม่ต้องไปหาซื้อจากข้างนอก หรือรอคนอื่นมาทำให้กิน  โดยที่ร้านจะมีลูกค้าสนใจนิยมชอบรับประทานหลายอย่าง เช่น ปลากะพงผัดฉ่า  ต้มยำกุ้งแม่น้ำ และพิซซ่าถาด ขายอยู่ถาดละประมาณ 599 บาท รับประทานได้ประมาณ 20 คน ต่อ 1 ถาด และสเต๊ก เนื้อ ปลา  หมู รวมทั้งอาหารไทย อาหารสไตล์อิตาเลี่ยน ยุโรป  มีนักท่องเที่ยวพาครอบครัวมาพักผ่อนรับประทานอาหาร และยังให้ลูกหลานมาฝึกทำขนมและอาหารที่ทางร้านจะเปิดสอนในทุกบ่ายวันอาทิตย์ฟรีแถมนำกลับไปรับประทานที่ได้บ้านได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเรียน
 
           
ด.ญ.วชิรญาณ์  ตุ้ยระย้า  หรือ น้องจินนี่  กล่าวว่า มาเรียนที่นี่ 2-3 ครั้งแล้ว ทางเชฟสอนให้ทำขนมคุกกี้  ซึ่งมีเนย น้ำตาล แป้ง และส่วนผสมอื่น ๆ  โดยเอาเนยมาผสมกับน้ำตาลแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำไข่ไก่มาตีใส่ลงในกะละมังแล้วใส่แป้งคนให้เข้ากันเมื่อได้ที่แล้วจึงนำมาปั้นเป็นก้อนใส่ลงถาด เมื่อได้เต็มถาดแล้วจึงนำเข้าตู้เวฟประมาณ30 นาที  ตอนนี้ได้ความรู้มา 3 อย่างแล้ว คือ การทำคุกกี้ เค้ก และพิซซ่า โดยหนูได้เอาขนมไปฝากพ่อ แม่ ให้ญาติและเพื่อนที่โรงเรียน หนูชอบมากที่ได้ทำขนมรู้สึกสนุกดีค่ะ

           
อย่างไรก็ตามส่วนเรื่องการเรียนการสอนทางร้านจะเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ให้เด็กมีทั้งถุงมือ ผ้ากันเปื้อน เพื่อสอนให้เด็กเรียนรู้หลักเรื่องความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ทางร้านยังสอนเรื่องหลักภาษาทั้งคำศัพท์ไทยและภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการทำอาหาร ประโยชน์และโทษของอาหาร เพื่อให้เด็กเกิดทักษะการเรียนรู้ไปด้วย ทำให้เกิดการกล้าแสดงออก และเกิดการเป็นผู้นำได้ในอนาคต   โดยบรรยากาศการทำขนมคุกกี้ครั้งนี้เด็ก ๆ  ร่วมกันทำขนมที่ถูกสุขลักษณะอนามัย จากการสังเกตทุกคนมีสีหน้าตื่นเต้นสนใจและอยากเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ในการทำขนมกันทุกคน ทั้งช่วยกันคนแป้งและเนยให้เข้ากัน แม้จะใช้เวลานานแต่เด็ก ๆ ก็ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย แต่กลับสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการเรียนทำขนมที่เชฟเป็นผู้สอนให้ด้วยใจรัก


/////////////////////////////////////////

ภาพ/ข่าว : #ทีมข่าวสมาคมสื่อมวลชนราชบุรี

ติดตามข่าวสารในจังหวัดราชบุรีได้ที่ : https://www.facebook.com/groups/1872087123081525/

/////////////////////////////////////////////////////////////





































นับถือใจ!! อดีตเชฟดังผันชีวิตมาสอนเด็กทำอาหาร นับถือใจ!! อดีตเชฟดังผันชีวิตมาสอนเด็กทำอาหาร Reviewed by ไชโยราชบุรี on มิถุนายน 25, 2561 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.