Featured Posts

[Travel][feat1]

ทลายแหล่งรับทำรีเทนเนอร์เถื่อน แพทย์เตือนใช้ถึงตาย

ตุลาคม 26, 2562

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 ต.ค. 62 พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา ผู้บังคับการกองสารสนเทศ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และปฎิบัติหน้าที่หัวหน้าคณะทำงานปฎิบัติการพิเศษเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)  พร้อมด้วยทันตแพทย์ วัฒนา บุญอ่อน กรรมการทันตแพทยสภา โดยการประสานงานของ พ.ต.อ.อภิชาติ พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี พ.ต.ท.สุประพันธ์ โพธิภิรมย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองราชบุรี  ได้นำหมายตรวจค้นจากศาลจังหวัดราชบุรี  บุกเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 2/129  หมู่ 3  ต.ดอนตะโก  อ.เมือง  จ.ราชบุรี หลังได้สืบทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวนั้นลักลอบรับสั่งทำฟันปลอม และรีเทนเนอร์ดัดฟันแฟชั่น ผิดกฎหมาย 


จากการตรวจค้นพบนางสาวนราภัสสร์  รัตนกุลสิโรจน์  อายุ 29 ปี  ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่รับสั่งทำฟันปลอม และรีเทนเนอร์ดัดฟันแฟชั่น  นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์ในการในการทำทั้งปูนพลาสเตอร์  ผงพิมพ์ฟัน  แบบพิมพ์ฟัน และอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการพิมพ์แบบรูปฟัน  รวมทั้งกล่องพัสดุที่เตรียมส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่สั่งทำ  จึงได้ตรวจยึดไว้ทั้งหมด พร้อมกับนำตัวนางสาวนราภัสสร์  มาสอบสวนที่สภ.เมืองราชบุรี 


พล.ต.ต.ญาณพงศ์  โสมาภา ผู้บังคับการกองสารสนเทศ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และปฎิบัติหน้าที่หัวหน้าคณะทำงานปฎิบัติการพิเศษเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)  ก็บอกว่าการจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายเทวัญ  ลิปตพัลลภ  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค  ได้สั่งการให้ทำการตรวจสอบร้านดัดแฟชั่นที่ลงโฆษณาตามเพจต่างๆว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ จนกระทั่งมาพบว่าเพจที่ใช้ชื่อว่า  จัดฟันเชียร์ฟูล  มีการโฆษณาเรื่องของลวดดัดฟันแฟชั่น การจัดทำฟันปลอม  โดยมีผู้สั่งทำจำนวนมากและเจ้าของเพจดังกล่าวก็เคยถูกจับกุมมาแล้ว  เมื่อปี พ.ศ.2561 แต่ก็ยังกลับมาทำอีก  และการจับกุมรายนี้ถือว่าเป็นรายที่ 11 ของประเทศ ภายใน 2 เดือนนี้  ซึ่งมูลค่าที่จับกุมมาได้ในครั้งนี้หลายแสนบาท  ส่วนผู้ที่เข้ามาใช้บริการนั้นมีไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย


ด้านทันตแพทย์ วัฒนา บุญอ่อน กรรมการทันตแพทยสภา  ก็บอกว่านอกจากเพจนี้จะมีการโฆษณาที่เกินจริง ทางแพทยสภาก็เกิดความเป็นห่วงจึงต้องทำงานเชิงรุก โดยการป้องปรามและปราบปราม เพื่อไม่ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าไปใช้บริการ  ซึ่งถ้ามีผู้โชคร้ายก็อาจจะมีอันตรายถึงชีวิต  จึงอยากฝากเตือนไปยังผู้ที่จะมาใช้บริการว่า อย่าไปใช้บริการดัดฟันเถื่อนแบบนี้เพราะอาจจะมีอันตรายถึงชีวิตได้


ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องของการจำหน่ายลวดดัดฟันแฟชั่นที่ผิดกฎหมาย  พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี ดำเนินคดีต่อไป

ทลายแหล่งรับทำรีเทนเนอร์เถื่อน แพทย์เตือนใช้ถึงตาย ทลายแหล่งรับทำรีเทนเนอร์เถื่อน แพทย์เตือนใช้ถึงตาย Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 26, 2562 Rating: 5

ประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษาเฉลิมพระเกียรติ

ตุลาคม 26, 2562

ผู้ว่าราชบุรีเป็นประธานประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษาเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชจักรีวงศ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว


วันที่ 26 ต.ค.62 นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานพิธีเปิดการประกวดสุนทรพจน์ อุดมศึกษาเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชจักรีวงศ์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 รอบคัดเลือกประจำภูมิภาคกลาง ครั้งที่ 2 หัวข้อ "สามัคคี คือ พลัง สร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสุข " ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายงานผ่านภาษาตามรอยพระยุคลบาทช่วยชาติได้อย่างไร ณ ห้องประชุมสุพจน์ มิเถาวัลย์ ชั้น 2 อาคารอำนวยการ


โดย ผศ.ดร.ชัชวาล แอร่มหล้า รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พร้อมคณะอาจารย์ ผู้บริหารเข้าร่วมกิจกรรม  ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษาเฉลิมพระเกียรติ  ร่วมกับสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดขึ้น  โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรทิพย์ พุกผาสุก  ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน อาจารย์วันเพ็ญ เซ็นตระกูล ประธานฝ่ายจัดการตัดสินพร้อมคณะอาจารย์อีกหลายท่านเข้าร่วมตัดสินการประกวด เพื่อส่งเสริมให้นิสิตนักศึกษาได้มีการแสดงออกในด้านศิลปะการใช้ภาษาไทยด้วยการแสดงสุนทรพจน์อย่างถูกต้องเหมาะสมและสร้าง สรรค์รณรงค์ให้ประชาชนและนิสิตนักศึกษาในสถาบันระดับอุดมศึกษามีโอกาสศึกษาเรียนรู้และน้อมนำพระราชกรณียกิจพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์นับแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 10  ไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป เพื่อปลูกฝังคุณค่า “ไทยนิยม”  และการชื่นชม”ความเป็นไทย” ด้วยการค้นคว้าให้เข้าใจในพระราชกรณียกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์ อันมีเป็นอเนกประการ เพื่อนำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมในการดำเนินชีวิตด้วยการตามรอยพระยุคลบาท ได้อย่างดียิ่งเหมาะสมต่อไป มีนิสิต นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในเขตภาคกลาง จาก 12 สถาบันเข้าร่วมการแข่งขัน

ประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษาเฉลิมพระเกียรติ ประกวดสุนทรพจน์อุดมศึกษาเฉลิมพระเกียรติ Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 26, 2562 Rating: 5

หนุ่มใหญ่ชวนเพื่อนตั้งวงกินเหล้า ก่อนลงคลองชลจมน้ำดับ

ตุลาคม 26, 2562

วันที่ 26 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สุดแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งจากกู้ภัยสว่างราชบุรี มีเหตุชายจมน้ำเสียชีวิต บริเวณประตูระบายน้ำคลองชลประทาน ม.2 ต.ดอนกรวย ติดที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน โดยศพผู้เสียชีวิตได้เพื่อนของผู้เสียชีวิตได้นำขึ้นมาจากน้ำแล้ว หลังได้รับแจ้งเหตุจึงนำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบศพนายมานพ รัตนโสภณภักดี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 ม.2 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี โดยสภาพศพสวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ไม่สวมเสื้อ ตรวจสอบเบื้องต้นคาคว่าเสียชีวิตไปแล้วกว่า 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังพบ นายสมศักดิ์ นิ่มนวล เพื่อนผู้ตาย พร้อมนายสมควร เชยสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 และกำนัน ยื่นรอให้การอยู่ในที่เกิดเหตุ


จากการสอบถามนายสัมศักดิ์ เพื่อนผู้เสียชีวิตได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ตนและนายมานพ ผู้เสียชีวิต ได้ชวนกันตั้งวงกินเหล้าใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน รวม 4 คน ซึ่งมักกินเหล้ากันเป็นประจำ จนช่วงสาย นายมานพ บอกกับตนและเพื่อนๆว่า ร้อนอยากเล่นน้ำ ตนและเพื่อนๆก็ร้องห้ามนายมานพ แต่นายมานพไม่ฟังแล้วถอดเสื้อออกพร้อมกับกระโดดลงไปในคลองชลประทานบริเวณใกล้กับประตูน้ำทันที่ จนผ่านไปแค่อึดใจเดียว พวกตนเห็นนายมานพเงียบเสียงไป จึงได้พากันร้องเรียกหา และได้ยินเสียงขานรับ พวกตนจึงพยายามบอกให้นายมานพขึ้นจากน้ำ เพราะเห็นว่ากินเหล้าเข้าไปเดียวจะจมน้ำ แต่นายมานพบอกเดี๋ยวขึ้นไป จากนั้นพวกตนก็นั่งกินเหล้าต่อ จนผ่านไปได้เกือบ 20 นาที นายมานพก็เวียบหายไปอีก พวกตนก็เรียกหานายมานพอีกและยังขานรับอยู่ พวกตนจึงบอกกับนายมานพว่า ให้ขึ้นมาเดียวนี้แต่นายมานพก็ตอบเหมือนเดิมว่าเดี่ยวขึ้นไป  จนเวลาผ่านไปสักระยะพวกตนก็เรียกนายมานพอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่มีเสียงตอบรับ พวกตนมองลงไปในน้ำก็ไม่เห็นนายมานพ จึงพากันลุกจากวงเหล้าไปดู ก็เห็นร่างของนายมานพลอยอยู่บริเวณประตูน้ำ พวกตนก็คิดว่านายมานพว่างน้ำเล่น แต่เมื่อตะโกนเรียกกับนิ่งเฉยไม่กระดูกกระดิก ตนจึงตัดสินใจกระโดดลงน้ำเพื่อไปดู เมื่อไปถึงตัวนายมานพปรากฏว่าอยู่ในอาการแน่นิ่งไปแล้ว ตนจึงตะโกนเรียกเพื่อนให้มาช่วยกันนำนายมานพขึ้นจากน้ำ อย่างทุลักทุเล เมื่อขึ้นจากน้ำได้แล้วตนก็ได้รีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และผู้ใหญ่บ้านรีบแจ้ง จนท.กู้ภัยสว่างราชบุรี มาช่วยปํ๊บหัวใจนายมานพ แต่กับไม่ทันเพราะนายมานพเสียชีวิตไปแล้ว


อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจคาคว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้น น่าจะเกิดจากตัวนายมานพกินเหล้าอยู่เป็นประจำและมีสุขภาพไม่แข็งแรง จนวันนี้ได้ตั้งวงกินเหล้ากับเพื่อนแล้วเกิดร้อนจึงลงไปเล่นน้ำในคลองชลประทานจนเกิดจมน้ำเสียชีวิต ซึ่งแม่ของผู้เสียชีวิตได้มายังที่เกิดเหตุและดูศพนายมานพแล้วไม่ติดใจเอาความใดๆ ตำรวจจึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

หนุ่มใหญ่ชวนเพื่อนตั้งวงกินเหล้า ก่อนลงคลองชลจมน้ำดับ หนุ่มใหญ่ชวนเพื่อนตั้งวงกินเหล้า ก่อนลงคลองชลจมน้ำดับ Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 26, 2562 Rating: 5

ชาวบ้านร้องขอแก้ไขฟุตปาธติดตั้งไฟแดงหลังเกิดอุบัติเหตุบ่อย

ตุลาคม 26, 2562

วันที่ 26 ต.ค.62  ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี  โดยนายปุรเชษฐ์ อ่อนคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3  ได้ร้องมายังผู้สื่อข่าวว่า รับความเดือนร้อนเรื่องถนนสายเขางู – เบิกไพร บริเวณสี่แยกบ้านเกาะ –ห้วยตะแคง ตั้งแต่หน้าองค์พระอุทยานหินเขางู ไปจนถึงคลองยายต้อยเขาแร้ง เนื่องจากช่วงแยกบ้านเกาะ – ห้วยตะแคงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีประชาชนที่ใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์จำนวนมากประสบอุบัติเหตุทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตรวมหลายราย  อีกทั้งบริเวณถนนสายนี้ยังมีฟุตปาธแปลกไม่เหมือนที่อื่น  ที่ตามปกติจะก่อสร้างเสมอกันทอดยาวไปตามระยะทาง แต่ที่ถนนสายนี้กลับมีการก่อสร้างฟุตปาธที่มีลักษณะยื่นล้ำถนนออกมาทั้ง 2 ฝั่ง เป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะช่วงกลับรถยูเทิร์นรถใหญ่ไม่สามารถเลี้ยวกลับรถได้เพราะแคบมาก อีกทั้งมีจุดยูเทิร์นติดๆ กัน แต่ละจุดยูเทิร์นห่างกันเพียงไม่ถึง 300 เมตร เมื่อจะกลับรถก็มีท้ายโผล่ออกมาครึ่งถนน ส่งผลให้รถยนต์ที่วิ่งตามมาทันระวังจนเกิดอุบัติเห็นบ่อยครั้ง  ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 เคยทำหนังสือถึงศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงจังหวัดราชบุรี เมื่อปี  พ.ศ. 2561  แต่ผ่านไปเป็นปีจนถึงปัจจุบันนี้เรื่องก็ยังคงเงียบหายไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด


นายปุรเชษฐ์ อ่อนคำ  ผู้ใหญ่หมู่ 3 เปิดเผยว่า  ตั้งแต่ที่ตนมารับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านตลอดเพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อย จึงอยากให้มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยก  เนื่องจากจุดดังกล่าวมักจะมีรถยนต์วิ่งด้วยความเร็ว และจะออกมาเจอกับรถคันอื่นก็จะเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก  โดยเฉพาะช่วงเช้าจะมีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงหลายหมู่บ้านออกไปทำงาน และยังมีช่วงนักเรียนเดินทางไปกลับโรงเรียนรวมทั้งจะมีโรงงานในพื้นที่ จะทำให้ประชาชนใช้ถนนบริเวณจุดสี่แยกเยอะ   ส่วนหนึ่งเกิดจากถนนค่อนข้างแคบด้วย อีกส่วนน่าจะมาจากบริเวณไหล่ถนนที่ก่อสร้างฟุตปาธยื่นล้ำออกมาลักษณะไม่เท่ากันหลายจุด  พอรถวิ่งมาเรื่อย ๆไม่ชำนาญเส้นทางเมื่อมาเจอฟุตปาธที่ยื่นออกมาไม่ทันระวังก็จะวิ่งเสยขึ้นไปบนฟุตปาธ และเคยเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ   จึงได้ทำหนังสือให้ทาง ส.ส.ราชบุรี  ช่วยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงมาดูแลแก้ไข ปัญหาเรื่องไหล่ทาง และการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยกอันตรายในจุดเสี่ยง เพื่อช่วยลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุในชุมชนให้ลดน้อยลง


ด้าน นางสาวกุลวลี นพอมรบดี  ส.ส.ราชบุรีเขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ  และรับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน พร้อมเปิดเผยว่า  จุดนี้ชาวบ้านได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นแยกวัดใจแล้ว หลังจากที่ได้มาตรวจสอบบริเวณนี้ทราบที่ตั้งชื่อว่าแยกวัดใจ เนื่องจากถนนตรงนี้เป็นสีแยก รถที่มาจากอีกฝั่ง ก็จะข้ามไปอีกฝั่ง อีกทั้งมีรถที่วิ่งทางตรงก็จะขับเร็วมาก   ถ้าหากวัดใจกันแล้วก็จะมาจ๊ะเอ๋กันกลางถนนพอดีถือว่าอันตรายที่สุด ซึ่งทางผู้ใหญ่บ้านได้ยื่นหนังสือพร้อมแนบรูปภาพถ่ายร้องเรียนช่วงครั้งการเกิดอุบัติเหตุมาให้ดูเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งตรงจุดนี้ ซึ่งชาวบ้านอยากให้ช่วยเหลือการติดตั้งสัญญาณไฟแดง และปรับปรุงฟุตปาธที่เหลื่อมล้ำออกมาก็จะลดอุบัติเหตุได้  โดยเบื้องต้นจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับแขวงการทางราชบุรี เพื่อหาแนวทางแก้ไขและลดการเกิดอุบัติเหตุให้น้อยลง  ซึ่งวันไหนที่ทางหน่วยงานแขวงการทางราชบุรีจะลงตรวจสอบพื้นที่ก็จะประสานผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านมาร่วมชี้จุดเสี่ยงว่าจุดไหนบ้างที่ต้องปรับปรุงแก้ไขปัญหาให้เกิดความปลอดภัยต่อชุมชนมากขึ้น

ชาวบ้านร้องขอแก้ไขฟุตปาธติดตั้งไฟแดงหลังเกิดอุบัติเหตุบ่อย ชาวบ้านร้องขอแก้ไขฟุตปาธติดตั้งไฟแดงหลังเกิดอุบัติเหตุบ่อย Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 26, 2562 Rating: 5

ทหารช่างจัดกิจกรรมจิตอาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

ตุลาคม 25, 2562

วันที่ 25 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการทหารช่าง โดยกองพลทหารช่าง จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ที่บริเวณโรงเรียนวัดห้วยตะแคง ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยมีพลโท อนุสรณ์ ปัญญะบูรณ์ เจ้ากรมการทหารช่าง เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดยมีคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกรมการทหารช่าง และกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ของกรมการทหารช่าง ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน


นอกจากนี้กรมการทหารช่าง โดยกองพลทหารช่าง ยังได้จัดชุดเครื่องมือยุทโธปกรณ์ในการจัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ร่วมใจทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในบริเวณวัดห้วยตะแคง และโรงเรียนวัดห้วยตะแคง โดยได้จัดเรือยางท้องแข็งติดเครื่องยนต์ จำนวน 4 ลำ รถโกยตัก จำนวน 1 คัน และรถบรรทุก จำนวน 5 คัน ไว้สำหรับทำกิจกรรมกำจัดวัชพืชและผักตบชวาในคลองห้วยตะแคง ระยะทาง 1 กิโลเมตร ตามโครงการฟื้นฟูและพัฒนาลำน้ำ คูคลอง เพื่อสิ่งแวดล้อม และยังได้จัดเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ่า จำนวน 20 เครื่อง เลื่อยยนต์ จำนวน 5 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์ทาสี ไว้สำหรับทำกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในและรอบบริเวณวัดห้วยตะแคง และโรงเรียนวัดห้วยตะแคงอีกด้วย


สำหรับกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อขับเคลื่อนโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ทางกรมการทหารช่างและหน่วยขึ้นตรงของกรมการทหารช่าง ได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และให้เกิดความรัก ความผูกพันใน 4 สถาบันของชาติ ได้แก่ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน อีกทั้งเพื่อต่อยอดสืบสานพระราชปณิธานและดำเนินรอยตามแนวพระราชดำริ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แสดงพลังความรักความสามัคคีของประชาชนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีอีกด้วย










ทหารช่างจัดกิจกรรมจิตอาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ทหารช่างจัดกิจกรรมจิตอาสา“เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 25, 2562 Rating: 5

สั่งรวบกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุ หลังมีการแชร์คลิปขับรถกระบะไล่ตีกันกลางเมืองราชบุรี

ตุลาคม 24, 2562

หลังจากโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปของกลุ่มวัยรุ่นขับรถกระบะไล่กวดหนีกันเนื่องจากทะเลาะกัน จนทำให้รถกระบะคันสีขาวหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นเสียหลักชนท้ายรถ จยย. ซึ่งมีหญิงสูงอายุขับขี่มาทำให้ได้รับเจ็บ และเมื่อคนขับกระบะคันขาวซึ่งสวมใส่เสื้อนักศึกษาสถานบันแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ได้ลงมาจากรถเพื่อดูอาการหญิงผู้สูงอายุ ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่รถกระบะคันสีเขียว และกลุ่มวัยรุ่นที่ขับขี่ จยย. ตามลงไปชกต่อย พร้อมกับมีชายที่แสดงตัวว่าเป็นลูกชายของหญิงสูงอายุได้อุ้มเด็ก ยืนตะโกนด่ากลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่มนั้น จนมีพลเมืองดีสามารถบันทึกคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ หลังได้มีการแชร์ภาพคลิปดังกล่าวออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความคิดเห็นกันต่างๆ นานาถึงความไม่ปลอดภัย ทาง ผกก.สภ.เมืองราชบุรี จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี และชุดสายตรวจ สภ.เมืองราชบุรี เร่งติดตามกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่มมาสอบสวนให้เร็วที่สุด


ล่าสุดวันนี้( 24 ต.ค.62) เวลาประมาณ 19.30 น. พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้เปิดเผยว่า สามารถติดตามกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุได้แล้วทั้งสองกลุ่ม โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 14.20 น. ของวันนี้ ที่บริเวณสี่แยกไฟแดง ฝั่งไปถนนอุดมศิริ อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มนั้นเป็นเยาวชนทั้งหมด หลังจากเกิดเหตุเพียง 3 ชั่วโมง ทางชุดสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี และชุดสายตรวจ สภ.เมืองราชบุรี ได้นำกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทั้งสองกลุ่มมาดำเนินคดี พร้อมปรับความเข้าใจ และทัศนคติ ให้กับกลุ่มวัยผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่ม และสาบานต่อหน้าพระพุทธรูปว่าจะไม่ก่อเหตุแบบนี้อีก โดยมีผู้ปกครองของกลุ่มวัยรุ่นเป็นพยานด้วย ส่วนสาเหตุนั้นจากการสอบถามนั้นทั้งหมดเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน จนมีปัญหาส่วนตัวกัน โดยช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ นายพงษ์ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับรถกระบะคันสีขาวอีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ ทะเบียน 5482 ราชบุรี ได้มาเจอกับนายป๋อง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะสีเขียว อีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ ทะเบียน ฒก 4421 กทม จึงได้ทวงถามเรื่องเครื่องยนต์รถ จยย. ที่ช่วงเป็นเพื่อนกันได้ให้ยืมไป แต่นายป๋อง ซึ่งคิดว่านายพงษ์จะมาหาเรื่องจึงได้ขับรถหนีไป จนมาเมื่อเวลาช่วง 14.00 น. นายป๋องได้ขับรถกระบะสีเขียว มากับนายอัม (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และมีนายโอม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี กับนายธงชัย (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ขับขี่ รถ จยย. ตามกันมา และได้มาเจอนายพงษ์ ซึ่งกำลังจะขับรถออกจากสถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี พร้อมกับนายตี๋ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และเกิดมีปากเสียงกันขึ้น จะถึงขั้นชกต่อยกัน แต่นายพงษ์เห็นว่ามีพวกน้อยกว่า จึงขับรถกระบะหนีมาพร้อมกับเพื่อน


เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดง นายพงษ์จึงได้เลี้ยวซ้ายเพื่อจะมุ่งหน้าหลบหนีไปยังถนนอุดมสิริ แต่กับไปชนเข้ากับรถ จยย. ของนางอัมพร เกิดจ๋อม อายุ 50 ปี ซึ่งขับขี่รถ จยย. ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน คคล 307 ราชบุรี จนล้ม ได้รับบาดเจ็บ และเป็นช่วงจังหวะที่ลูกชายของนางอัมพร เห็นเหตุการณ์จึงอุ้มลูกลงมาตะโกนด่าว่ากล่าวนายพงษ์ พร้อมบอกให้นายพงษ์ ลงมาจากรถกระบะเพื่อดูอาการของผู้เป็นแม่ เมื่อนายพงษ์ ลงไปดูอาการของนางอัมพร นายป๋อง ที่ขับรถกะบะสีเขียวตามมาทันได้ลงจากรถกระบะ เข้าไปชกต่อยนายพงษ์ทันทีจนนายพงษ์ล้มลงไปกับพื้น และเพื่อนๆของนายป๋อง ยังได้ลงมาชกต่อย และเตะนายพงษ์ จนลูกของนางอัมพร ตะโกนด่าว่ากล่าวกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มจนเกิดชุลมุน เมื่อนายป๋องและเพื่อนเห็นดังนั้น จึงได้ขับรถกระบะสีเขียว และรถ จยย. หนีไป ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้มีพลเมืองดี ถ่ายคลิปไว้ได้และได้มีการนำไปโพสต์ลงในโลกโซเซียลจนมีชาวเน็ตได้มาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยทางด้านนายอัมพร และลูกชายของนางอัมพร ที่ขับรถ จยย. และถูกนายพงษ์ชนนั้น เมื่อรู้ความจริงว่า นายพงษ์ ขับรถหนีกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร ส่วนในการตั้งข้อหานั้นทางเจ้าหน้าที่สอบสวนจะต้องร่วมสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพ เนื่องจากทั้งหมดเป็นเยาวชนจึงให้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และปล่อยตัวไปก่อน และจะนัดสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพต่อไป


อย่างไรก็ดีในช่วงปรับทัศนคติ มีอยู่ช่วงหนึ่ง พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้บอกกับกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุต่อหน้าผู้ปกครองว่า ไม่รักบ้านเกิดตัวเองหรือ ผมเป็นแค่ผู้กำกับที่มาปฏิบัติหน้าที่นี่ ไม่ใช่คนราชบุรี แต่มานั่งกินข้าว มาได้อยู่ ได้นอนที่นี่ ยังมีความรัก และสำนึกในบุญคุณบ้านเกิดของเราเลย และพวกเราเกิดที่นี้ ไม่คิดจะทำอะไรเพื่อนบ้านตัวเองบ้างหรือ ซึ่งผมไม่มีญาติพี่น้องอยู่ที่นี้ แต่ด้วยวิถีชีวิตราชการต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ก็ยังอยากให้เมืองราชบุรี สงบเรียบร้อยเลย แล้วเราเป็นคนราชบุรี แท้ๆ ทำไมถึงไม่รักบ้านเกิดตัวเอง อยากให้เขาถ่ายเป็นคลิปแล้วเอาไปลงว่าเมืองราชบุรี เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือ อยากให้คนจังหวัดอื่นเขามองบ้านเราเป็นแบบนั้นหรือ ในเมื่อเราไม่สร้างชื่อให้กับเมืองราชบุรี ก็อย่าไปทำลาย แล้วรู้ไหมว่าทำไมต้องนำตัวพวกเรามา ก็เพราะต้องการจะตอบกับสังคมว่า "เมืองราชบุรี ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน"
สั่งรวบกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุ หลังมีการแชร์คลิปขับรถกระบะไล่ตีกันกลางเมืองราชบุรี สั่งรวบกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุ หลังมีการแชร์คลิปขับรถกระบะไล่ตีกันกลางเมืองราชบุรี Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 24, 2562 Rating: 5

ต.ดอนแร่ กวดกาละแมไท-ยวน แจกงานกฐินวัดนาหนอง

ตุลาคม 24, 2562

วัน 24 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวไท-ยวน ในตำบลดอนแร่ อ.เมือง ได้ร่วมใจช่วยกันกวนกาละแมไท-ยวน เพื่อเตรียมไว้แจกในงานบุญทอดกฐินสามัคคี ตามที่วัดกำหนดจัดงานในวันอาทิตย์ที่ 27 ต.ค. โดยชาวบ้านในตำบลดอนแร่ ทั้ง 5 หมู่บ้าน ได้ร่วมใจบริจาควัตถุดิบในการใช้ทำกาละ โดยทางกองพลพัฒนาที่ 1 ได้สนับสนุนกำลังพลเข้าช่วยในเรื่องการออกแรงกวนกาละแม ทั้งเพื่อสร้างความรักความรักความสามัคคีของคนในชุมชนในตำบลดอนแร่ ทั้ง 5 หมู่บ้าน โดยนายไป๋ พวงกฤษ กำนันตำบลดอนแร่ ได้พูดถึงกิจกรรมดังกล่าวว่า การกวดกาละแมไท-ยวน แจกในงานกฐินวัดนาหนอง คือเป็นงานประเพณีของชาวตำบลดอนแร่ อีกหนึ่งงาน ซึ่งการกวนกาละแม ต้องใช้ความอดทนสูง เพราะเคี่ยวกวนในไฟที่ค่อนข้างแรง ใช้ไม้พายช่วยกันกวนไปมาอยู่ตลอดเวลาท่ามกลางความร้อนจากไฟด้วยฟืนไม่ไผ่ที่สุมกองในเตานานถึง 4 ชั่วโมงเศษ  และต้องใช้แรงงานคนเท่านั้น มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันกวนไปเรื่อย ๆ   กว่าที่จะได้เนื้อกาละแมที่เหนียวหนึบ มีรสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ  เป็นขนมของดีที่ขึ้นชื่อของท้องถิ่นมายาวนาน


พระครูวินัยธร อำนาจอนุภัทโท เจ้าอาวาสวัดนาหนอง  เปิดเผยว่า  กาละแมที่ชาวบ้านได้ช่วยกันกวนนี้ เป็นสิ่งที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำ มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน รวม 5 หมู่บ้าน เป็นการเตรียมงานทอดกฐินประจำปี  ก็จะแจกกาละแมให้กับผู้ที่มาทำบุญทุกปี  ซึ่งถือว่าเป็นขนมที่มีความอร่อย และยังเป็นเป็นประเพณีการกวนกาละแมของวัดนาหนองที่ได้สืบทอดต่อมาจากอดีตเจ้าอาวาสรูป ที่ได้เคยจัดกิจกรรมไว้ต่อเนื่องมาทุกปีมาจนถึงปัจจุบันนี้ การกวนกาละแม  ถือเป็นการสร้างความสามัคคีของชาวบ้าน ที่ต้องใช้ความร่วมมือหลายอย่าง เช่น การปอกมะพร้าวที่มีจำนวนมากแล้ว  จะต้องนำมาคั้นเป็นกะทิ ก่อนจะนำไปผสมกับวัตถุดิบอื่น ๆ  นำไปใส่กระทะกวนออกมาเป็นเนื้อกาละแมที่เหนียวหนึบ  สำหรับปีนี้ทางวัดได้เตรียมแจกวัตถุมงคล พร้อมหมี่กรอบและกาละแม บรรจุใส่ถุงไว้เพื่อแจกให้กับญาติโยมที่จะเดินทางมาร่วมทอดกฐินที่วัด
ต.ดอนแร่ กวดกาละแมไท-ยวน แจกงานกฐินวัดนาหนอง ต.ดอนแร่ กวดกาละแมไท-ยวน แจกงานกฐินวัดนาหนอง Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 24, 2562 Rating: 5

เจ้าของสวนมะพร้าวโกยดินร่องสวน เกิดหน้ามืดจมน้ำดับ

ตุลาคม 24, 2562

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 24 ต.ค.62 ร้อยตำรวจเอกชนวีร์ หนูคงใหม่ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดำเนินสะดวก ได้รับแจ้งเหตุมีชายสูงอายุจมน้ำล่องสวนมะพร้าวเสียชีวิต บริเวณหมู่ที่ 1 ต.ท่านัด อ.ดำเนินสะดวก หลังได้รับแจ้งเหตุจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลดำเนินสะดวก และเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี โดยที่เกิดเหตุอยู่ข้างบ้านเลขที่ 146 ม.1 ต.ท่านัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายประพันธ์ ขันสงฆ์ อายุ 73 ปี ผู้เสียชีวิต โดยสภาพศพสวมเสื้อเชิงสีเทาลายทางยาว กางเกงขาสั้นสีดำ นอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำร่องสวนมะพร้าวของตนเอง ซึ่งมีความลึกเพียง 50 เซนติเมตร จนท.มูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี จึงได้นำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมาตรวจสอบ จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง เพราะขาดอากาศหายใจ


สอบถามเพื่อนบ้านได้เล่าว่า นายประพันธ์ อยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงตามลำพัง เป็นคนขยันทำงาน ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่มีโรคประจำตัวเป็นความดันต่ำ ซึ่งไปพบหมออยู่เป็นประจำ ซึ่งเมื่อช่วงเวลา 09.00 น. ได้เห็นนายประพันธ์ ออกมาโกยดินในร่องสวนมะพร้าวของตนเอง จนเวลา 10.00 น. ก็ยังเห็นนายประพันธ์ ยังโกยดินอยู่ จนเวลาช่วงเทียงมีเพื่อนบ้านอีกคนมาถามหานายประพันธ์ ตนก็บอกว่าเห็นโกยดินข้างร่องสวนอยู่ข้างบ้าน พร้อมกับมองมาที่สวนของนายประพันธ์ ก็ไม่เห็น ด้วยความสงสัยจึงรีบเดินมาดู ก็พบว่านายประพันธ์ นอนคว่ำหน้าจมอยู่ในน้ำภายในร่องสวนมะพร้าวของตนเอง ตนกับเพื่อนอีกคนจึงตกใจมากทำอะไรไม่ถูก จึงได้ตะโกนเรียกให้คนมาช่วย จนมีคนมาช่วยและโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาให้ความช่วยเหลือแต่นายประพันธ์นั้นเสียชีวิตไปก่อนแล้ว ตนจึงโทรไปบอกญาติของนายประพันธ์ให้ทราบ


เบื้องตนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า นายประพันธ์คงลงไปโกยดินภายในร่องสวนมะพร้าวของตนเอง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวอากาศคงร้อนอบอ้าว และนายประพันธ์ ซึ่งมีโรคประจำตัวอยู่แล้วคือโรคความดันต่ำจึงเกิดหน้ามืด ทำให้เป็นลมหมดสติแล้วตกลงไปในร่องสวนมะพร้าวจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงทำให้จมน้ำเสียชีวิตก็เป็นได้ ซึ่งญาติของนายประพันธ์ ไม่ติดใจในการเสียชีวิต จึงได้มอบร่างของนายประพันธ์ ให้กับญาติเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป
เจ้าของสวนมะพร้าวโกยดินร่องสวน เกิดหน้ามืดจมน้ำดับ เจ้าของสวนมะพร้าวโกยดินร่องสวน เกิดหน้ามืดจมน้ำดับ Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 24, 2562 Rating: 5

รวบสองหนุ่มสาวพบพาอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียนดังราชบุรี

ตุลาคม 24, 2562

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 ต.ค.62 พ.ต.ต.คงกฤช รุ่งเรือง สวป.สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีบุคคลต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดขับรถหลบหนีเข้าไปภายในโรงเรียนดรุณาวิเทศศึกษา ม.10 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จึงได้รายงายไปยัง พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี และพ.ต.ท.รัฐศักดิ์ อิ่มฤทธา รอง.ป.สภ.เมืองราชบุรี พร้อมได้นำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบชายต้องสงสัยสะพานกระเป๋าข้างหนังสีดำ จึงขอเข้าตรวจค้นทราบชื่อต่อมาคือ นายโสภณัฐ ทองพรหม อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 1/1 ม.2 ต.เขาแร้ง อ.เมือง จ.ราชบุรี จากตรวจค้นพบ เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 8 นัด บรรจุอยู่ในแม๊กกาซีน จำนวน 1 อัน ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าหนังสะพายข้างสีดำ จนท.จึงได้สอบถาม นายโสภณัฐ ว่าอาวุธปืนอยู่ที่ใด นายโสภณัฐ ให้การว่า อาวุธปืนอยู่ที่ น.ส.วิรัฬพัชร ปานมอญ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 99/20 ม.5 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเดินเข้าไปในห้องธุการของโรงเรียนที่เกิดเหตุดงกล่าว จนท.จึงได้เชิญตัวของตรวจค้นกระเป๋าสะพายรูปมิ๊กกี้เม้าส์สีชมพู น.ส.วิรัฬพัชร จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อโคลท์ เครื่องหมายทะเบียน กท 5507012 หมายเลขประจำปืน 9DR 03689 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนบรรจุอยู่ในแม๊กกาซีน ขนาด 9 มม. จำนวน 8 นัด ซองพกหนังสีดำ จำนวน 1 อัน อยู่ภายในกระเป๋าสะพายดังกล่าว จนท.จึงได้เชิญตัวทั้งคู่ไปยัง สภ.เมืองราชบุรี เพื่อสอบสวนและพร้อมตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด เบื้องต้นผลตรวจปัสสาวะของนายโสภณัฐ เป็นสีม่วง


พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี หลังจากได้ร่วมสอบสวน นายโสภณัฐและน.ส.วิรัฬพัชร ได้กล่าวว่า เบื้องต้นเหตุเกิดที่ภายในโรงเรียนฯ ถือเป็นสถานที่ที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง โดยนายโสภณัฐ ให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนว่า อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนที่ตรวจพบนั้น ตนเองนำออกมาจากบ้านพร้อมกับ น.ส.วิรัฬพัชร และได้ส่งอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนดังกล่าวให้กับ น.ส.วิรัฬพัชร เก็บติดตัวไว้ ก่อนที่จะมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นและถูกจับกุมดังกล่าว และตนเองได้เสพยาไอซ์มาเมื่อวันที่ 22 ต.ค. โดยอ้างว่ายาไอซ์ดังกล่าว ตนได้เจอมาจากข้างทาง ส่วน น.ส.วิรัฬพัชร ได้ให้การรับสารภาพว่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนดังกล่าวเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นมรดกของตนที่ได้จากบิดาที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งตนได้นำปืนดังกล่าวออกจากบ้านเพื่อไปหากำนันเพื่อจะให้เซ็นใบรับรองการขอโอนอาวุธปืนดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหากับนายโสภณัฐ ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยผิดกฎหมาย ส่วน น.ส.วิรัฬพัชร ได้ตั้งข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์ พร้อมนำตัวทั้งคู่ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รวบสองหนุ่มสาวพบพาอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียนดังราชบุรี รวบสองหนุ่มสาวพบพาอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียนดังราชบุรี Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 24, 2562 Rating: 5

เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นรอบสอง กรณีการสร้างโรงไฟฟ้าหินกอง

ตุลาคม 24, 2562

วันที่ 24 ต.ค.62 ที่ห้องประชุมขององค์การบริหารส่วนตำบลหินกอง  อ.เมือง  จ.ราชบุรี นายประกอบ   วงศ์มณีรุ่ง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี  ได้กล่าวเปิดเวทีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนกรณีจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหินกอง ใน ต.หินกอง  อ.เมือง  ของบริษัทหินกองเพาเวอร์ จำกัด  โดยมีตัวแทนชาวบ้านจาก 11 หมู่บ้านๆละ 10 คน มาร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีดังกล่าว  ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้ทางบริษัทหินกอง พาวเวอร์ จำกัด ได้ศึกษาเรื่องของผลกระทบ ทั้งเรื่องของเสียงที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า  น้ำเสีย  เสียง  และน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ของชุมชนบริเวณรอบโรงไฟฟ้า  เรื่องของสภาพอากาศที่แปรปรวนซึ่งอาจจะเกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าในบางส่วน  เรื่องของคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ที่โรงไฟฟ้าจะต้องเข้ามาดูแลเพราะโรงไฟฟ้านั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลหินกองโดยตรง   รวมทั้งเรื่องของสาธารณูปโภคในชุมชนรอบๆ ก่อนที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้า  เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าถ้าปล่อยให้มีการก่อสร้างไปโดยไม่ได้มีการศึกษาและหาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไว้ก่อน ก็จะทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน  ซึ่งในเวทีการรับฟังความคิดเห็นครั้งแรกนั้นชาวบ้านก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใน ต.หินกอง  ทั้งที่ยังศึกษาเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดกับชุมชนยังไม่รอบด้าน  และครั้งนี้ชาวบ้านก็ยังยืนยันไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้า


สำหรับโรงไฟฟ้าหินกอง นั้นเป็นโรงไฟฟ้าที่อยู่ในสาขาของบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  มีขนาดกำลังการผลิต 700 เมกกะวัตต์  เป็นโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างขึ้นทดแทนโรงฟ้าไตรเอ็นเนอจี้  ซึ่งจะหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในปี พ.ศ.2563  ทางบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  จึงต้องดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ทดแทน  เพื่อเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้า แต่การก่อสร้างนั้นจะต้องทำจัดทำร่างรายงานและมาตราป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ในการขออนุญาตด้วย  จึงต้องออกมาดำเนินการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในชุมชนรอบๆโครงการ  โดยมีนาง นางสาวจิราภรณ์   บุญมาก ผู้จัดการโครงการ เป็นผู้ชี้แจงความเป็นมาของโครงการการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหินกอง
เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นรอบสอง กรณีการสร้างโรงไฟฟ้าหินกอง เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นรอบสอง กรณีการสร้างโรงไฟฟ้าหินกอง Reviewed by ไชโยราชบุรี on ตุลาคม 24, 2562 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.