Featured Posts

[Travel][feat1]

โฆษกกรมอุทยานนำสื่อดูซากเสือที่ตาย หลังมีข่าวอวัยวะบางส่วนของเสือหาย

กันยายน 20, 2562

วันที่ 20ก.ย.62 นายสมโภชน์  มณีรัตน์  โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  ได้นำสื่อมวลชนเข้าตรวจการเก็บรักษาซากเสือโคร่ง สายพันธุ์ไซบีเรีย จำนวน 86 ซากที่ตายด้วยโรคไข้หัดสุนัขและลิ้นกล่องเสียงอัมพาต  หลังได้มีการขนย้ายเสือซึ่งเป็นสัตว์ป่าของกลางจากวัดป่าหลวงตาบัว ฯ จ.กาญจนบุรี  มาไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ต.ปากช่อง  และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว  อ.จอมบึง  จ.ราชบุรี


หลังมีข่าวออกมาว่าซากเสือนั้นอยู่ไม่ครบ   โดยมีนายบรรพต  มาลีหวล  หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับข้างให้ข้อมูลตั้งแต่ที่เริ่มนำเสือโคร่งเข้ามาดูแลและเปิดโอกาสให้สื่อมวลได้ซักถามข้อสงสัยในการตายของเสือ และวิธีการดูแลเสือที่ยังเหลืออยู่ โดยเสือโคร่งที่ถูกนำมาไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง ตายไป 54  ตัว เหลือ 31ตัว ส่วนที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนตาย 32  ตัวเหลือ 30 ตัว ขณะนี้ได้มีการเตรียมวัคซีนไว้ฉีดให้กับเสือแล้ว  ส่วนการดูแลซากเสือทางสถานีฯได้ทำการตัดเสือออกมาเป็นชิ้นส่วนใหญ่ จากนั้นนำชิ้นส่วนทั้งหมดของตัวเสือใส่ถัง 200 ลิตร แช่ฟอร์มาลีนเพื่อกันเน่า  ส่วนชิ้นส่วนของเสือทั้งหมดนั้นอยู่ครบ


ด้านนายสมโภชน์  มณีรัตน์  โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช  ก็บอกว่าหลังมีข่าวเรื่องชิ้นส่วนบางชิ้น เช่นเล็บ  เขี้ยว หรือหัวของเสือหายไปนั้น วันนี้จึงต้องพาสื่อมาพิสูจน์ทราบว่า เสือทุกตัวที่ตายนั้นยังมีชิ้นส่วนอยู่ครบ ไม่มีการตัดแยกหายออกไปตามที่หลายคนตั้งข้อสงสัย  เพราะทุกขั้นตอนต้องมีการตรวจสอบจากหลายฝ่าย







โฆษกกรมอุทยานนำสื่อดูซากเสือที่ตาย หลังมีข่าวอวัยวะบางส่วนของเสือหาย โฆษกกรมอุทยานนำสื่อดูซากเสือที่ตาย หลังมีข่าวอวัยวะบางส่วนของเสือหาย Reviewed by ไชโยราชบุรี on กันยายน 20, 2562 Rating: 5

ส้มตำ200ครก อร่อยจนเจ้าของตลาดนัดต้องแจกบัตรคิว

กันยายน 19, 2562

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ทุกวันพฤหัสบดีที่ตลาดนัดผู้พันติด สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี ช่วงตั้งแต่บ่ายสองโมงจะมีประชาชนจากทั้งในพื้นที่ อ.โพธาราม และพื้นที่ใกล้เคียงมารอเข้าแถวเพื่อรับบัตรคิวจากร้านส้มตำ ที่มีชื่อเก๋ๆว่า "ส้มตำ 200 ครก" ที่มีเจ๊อภิญา เจริญคุณ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135/9 ม.2 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นเจ้าของร้าน วันนี้ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังตลาดนัดผู้พัน เพื่อไปที่่ร้านส้มตำ200ครก จากการสอบถามผู้ดูแลตลาดนัดผู้พัน ได้ให้ข้อมูลว่า ตลาดนัดผู้พันมีประชาชนมาเดินหาซื้อสินค้า นัดหนึ่งไม่ต่ำกว่าหมื่นคน ร้านส้มตำ200ครก เมื่อก่อนเป็นร้านแผงลอยเล็กๆขายอยู่ข้างๆตลาดนัด ก่อนจะย้ายเข้ามาขายในโดมตลาดนัดผู้พัน ด้วยความอร่อย สะอาด และฝีมือการตำส้มตำที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ลูกค้าติดอกติดใจกระทั่งโด่งดังเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว และมีลูกค้าเดินทางมาซื้อกันอย่างเนืองแน่น คับคั่ง จนกระทั้งบางนัดจะมีลูกค้ากระทบกระทั่งกัน เดือดร้อนถึงผู้ดูแลตลาดนัดต้องมาค่อยห้ามปราบไม่ให้บานปลายจนถึงขั้นลูกค้าทะเลาะกัน จึงตัดสินใจทำบัตรคิวให้กับร้านส้มตำ200ครก เพื่อกันลูกค้าลัดคิวกันจนต้องกระทบกระทั่งกัน


เจ๊อภิญา เจ๊เจ้าของร้านส้มตำ200ครก ได้เปิดเผยว่า ตนตำส้มตำขายที่ตลาดนัดแห่งนี้เป็นประจำกว่า 3 ปีแล้ว ที่ตั้งชื่อร้านว่า ส้มตำ200ครก เพราะทุกนัดที่ขายจะขายได้ไม่เคยต่ำกว่า 200 ครก จึงตั้งชื่อว่าส้มตำ200ครก โดยที่ร้านจะขายส้มตำเกือบทุกชนิด เช่น ตำปู ตำไทย ตำปูปลาร้า ตำหอยดอง และตำหน่อยไม้ ส่วนเมนูพิเศษหน่อยก็พวก ตำเกาเหลา ตำทะเล ตำกุ้งสด ตำหมูยอ ตำไข่เค็ม ตำซั่ว-ทะเล และตำป่าทะเล ซึ่งส้มตำที่ตนขายจะมีรสชาติอร่อยถูกปากลูกค้า จากความอร่อยแซ่บ บวกฝีมือการตำส้มตำของตนทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ  จนมีอยู่หลายครั้งลูกค้าเกิดมีการโต้เถียงกันว่าใครมาก่อนมาหลังจนมีการกระทบกระทั่งกัน ทำให้เจ้าของตลาดต้องมาเคลียร์ และทำให้เจ้าของตลาดได้ปรึกษากับตนว่าอย่างนี้เราต้องมีการจัดการรับบัตรคิวจะได้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอีก หลังจากนั้นก็มีการแจกบัตรคิวโดยจะเริ่มแจกบัตรคิวตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยในแต่ละวันจะมีการแจกบัตรคิวไปประมาณวันละ 100 คิว เป็นขั้นต่ำ แต่เจ๊จะเริ่มตำครกแรกเวลา 13.30 น. จนถึง 21.00 น.


เจ๊อภิญา ยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาซื้อจะสั่งส้มตำเกาเหลา และส้มตำป่าทะเล ส่วนสูตรเด็ดของทางร้านอีกอย่างคือ ปลาร้า เพราะปลาร้าที่ร้านจะเน้นปลาร้าหอม ลูกค้าที่มาซื้อทานก็จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปลาร้าอร่อย ซึ่งที่ร้านนี้ปลาร้าหอมถือเป็นตัวหลัก ถ้าวันไหนไม่มีปลาร้าหอมก็จะออกนัดขายไม่ได้ ซึ่งตนจะออกขายตามนัดอย่างเดียวไม่มีหน้าร้านประจำ เช่น วันอังคาร วันศุกร์ ก็จะขายที่ตลาดนัดเขาช่องพราน วันพฤหัสก็จะขายที่ตลาดนัดผู้พัน โพธาราม และวันพุธ กับ วันเสาร์ ก็จะขายที่ตลาดนัดหนองโพ ส่วนวันจันทร์จะหยุดพักผ่อน ซึ่งทุกนัดจะมาเริ่มตั้งร้านตั้งแต่ 12.30 น. และจะเริ่มตำส้มตำขายโดยไม่มีการหยุดพักจนตลาดนัดเลิก


ด้านลูกค้าที่มาอุดหนุนร้านส้มตำ200ครก ได้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้มาซื้อส้มตำเป็นประจำทุกนัด ซึ่งจะมีคนมาซื้อส้มตำเยอะมากยิ่งช่วงเวลา 18.00 น. จะมีลูกค้าที่ไม่ได้รับบัตรคิวต้องมาต่อแถวเพื่อรอรับบัตรคิวจากทางร้านเป็นจำนวนมาก เพราะทางร้านจะทำบัตรคิวไว้แค่ 100 ใบ คนที่มาช้าก็จะต้องมาเข้าแถวรอรับบัตรคิวจากบางคนพอได้บัตรคิวก็จะไปเดินเที่ยวเดินซื้อหาของในตลาดนัดก่อนเพราะมั่วมายืนรอคงไม่ได้ซื้อหาของอย่างอื่น ส่วนเหตุผลที่ต้องมาซื้อส้มตำร้านนี้ประจำเพราะ อร่อย สะอาด ราคาไม่แพงสมกับราคาเครื่องปรุงที่ทางร้านให้มา

ส้มตำ200ครก อร่อยจนเจ้าของตลาดนัดต้องแจกบัตรคิว ส้มตำ200ครก อร่อยจนเจ้าของตลาดนัดต้องแจกบัตรคิว Reviewed by ไชโยราชบุรี on กันยายน 19, 2562 Rating: 5

ชาวบ้านปลดหนี้ให้สองตายายติดเตียงไม่มีบ้านจะอยู่หลังบ้านถูกยึด

กันยายน 19, 2562

วันนี้ (19 ก.ย.62) ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อกระดาน  อ.ปากท่อ  จ.ราชบุรี  นายปทีบ   นทีทวีวัฒน์   นายอำเภอปากท่อ เป็นประธานในการประชุมเพื่อนำเงินที่ชาวบ้านบริจาคมาไปใช้หนี้ให้กับสองตายายที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง  ที่บ้านบ่อกระดาน  หมู่ 1  ต.บ่อกระดาน  อ.ปากท่อ  จ.ราชบุรี  โดยมีนายวสุธันย์   ศรีวิเชียร  ปลัดอบต.บ่อกระดาน  และชาวบ้านในหมู่ 1 มาร่วมประชุมด้วย


โดยนางสายบัว  ปลื้มบำเรอ  อายุ 72 ปี  ประธาน อสม.ตำบลบ่อกระดาน และจันทร์เพ็ญ   ปิ่นทอง  อายุ 55 ปี  ชาวบ้านในหมู่ 1  ได้เล่าให้ฟังว่าชาวบ้านในตำบลบ่อกระดาน ได้ช่วยกันบริจาคเงินคนละเล็กละน้อยเพื่อรวบรวมไปไถ่โฉนดที่ดินคืนให้กับนายไชย  หมื่นอร่าม  อายุ 86 ปี  และนางสลับ  หมื่นอร่าม  อายุ 82 ปี  สองตายายอยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 1  ต.บ่อกระดาน  อ.ปากท่อ ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงทั้งคู่   หลังลูกชายของสองตายายได้นำที่ดินสองแปลง คือแปลงที่ปลูกบ้านอยู่  ไปจำนำกับทางนายทุนเพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่  แต่สุดท้ายไม่มีเงินไปผ่อนชำระหรือไถ่ถอน  ทำให้ถูกยึดที่ดินพร้อมกับบ้านที่อยู่ปัจจุบันไป  และขณะนี้ทั้งบ้านและที่ดินแปลงแรกก็ได้ถูกขายทอดตลาดไปแล้ว  และทางเจ้าของบ้านคนใหม่ก็เตรียมที่จะเข้ามาอยู่ แต่ก็ผลัดผ่อนให้หาที่อยู่ใหม่ได้ก่อนภายใน 2-3 เดือนนี้


ต่อมาลูกชายก็ได้นำที่ดินแปลงที่สองซึ่งเป็นพื้นที่ว่างเปล่า  ไปจำนำอีกและผ่อนไม่ไหวจนจะถูกยึด  ชาวบ้านสงสารจึงได้ช่วยกันบริจาคเงินเพื่อนำไปไถ่ถอนที่ดินแปลงที่สอง  ซึ่งมีพื้นที่จำนวน 2 งาน กลับคืนมาได้ จากนั้นก็จะประสานของบประมาณจากหน่วยงานราชการ มาช่วยปลูกบ้านให้สองตายายได้อยู่อาศัยแทนบ้านหลังเดิมที่ถูกยึดไปแล้ว   โดยมีนายจำลอง ยวงน้อย กำนันตำบลบ่อกระดานมาช่วยเป็นพยานในการไถ่ถอนที่ดินแปลงนี้ด้วย


ซึ่งหากมีผู้ใจบุญจะร่วมบริจาคเงินสร้างบ้านให้สองตายายสามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 087 – 0749787  นางสายบัว  ปลื้มบำเรอ


ชาวบ้านปลดหนี้ให้สองตายายติดเตียงไม่มีบ้านจะอยู่หลังบ้านถูกยึด ชาวบ้านปลดหนี้ให้สองตายายติดเตียงไม่มีบ้านจะอยู่หลังบ้านถูกยึด Reviewed by ไชโยราชบุรี on กันยายน 19, 2562 Rating: 5

เตรียมเสนองบ 70 ล้านกู้ระเบิดสงครามโลกใต้สะพานจุฬาลงกรณ์

กันยายน 19, 2562

ราชบุรีจัดประชุมสรุปความคืบหน้าการเก็บกู้เคลื่อนย้ายทำลายวัตถุระเบิดสงครามโลกใต้สะพานจุฬาลงกรณ์  เตรียมของบประมาณจัดซื้อยุทโธปกรณ์ในการเก็บกู้ฯประมาณ 70 ล้านบาท ยื่น ครม.อนุมัติกู้ปี 63 


วันที่ 19 ก.ย.62 นายวีรัส ประเศรษโฐ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานการประชุมแถลงผลการดำเนินงาน ไตรมาสที่ 4 /2562 ที่ห้องประชุมโรงแรมเดอะคาแนล   อ.เมือง จ.ราบบุรี โดยมี พ.อ.พิสิฐ ปั้นทอง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 16  นายสถิตย์ แก้วมณี  หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ สำนักงาน ปภ.จังหวัดพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงผลการสรุปผลความคืบหน้าการเก็บกู้วัตถุระเบิดสมัยสงครามโลก บริเวณใต้สะพานจุใลงกรณ์ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี เพื่อก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ที่ตัดผ่านแม่น้ำแม่กลอง 


นายวีรัส ประเศรษโฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยว่า จ.ราชบุรี ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การเก็บกู้ เคลื่อนย้ายและทำลายวัตถุระเบิด ในแม่น้ำแม่กลอง เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยมีนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการจังหวัด เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ มีการตั้งคณะที่ปรึกษา คณะทำงาน ฝ่ายต่าง ๆ โดยมีการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติ เลือกวิธีการเก็บกู้วัตถุระเบิด โดยการตัดที่แผ่นปิดท้ายหรือส่วนท้ายของลำตัวลูกระเบิดอากาศด้วยเครื่องมือตัดด้วยน้ำแรงดันสูง เพื่อแยกชนวนลูกระเบิดอากาศ ก่อนทำการเคลื่อนย้ายไปทำลาย  ณ สนามทำลายวัตถุระเบิด แผนก 6 กองคลังแสง กรมสรรพวุธทหารบก  พร้อมทั้งให้ รฟท.นำแบบแปลนการก่อสร้างสะพานแขวนเสนอคณะกรรมการเขตอนุรักษ์เมืองเก่าพิจารณาอนุญาต โดยให้ทำประชาพิจารณ์ประชาชนในพื้นที่ก่อนจะดำเนินการก่อสร้าง  ซึ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเก็บกู้ เคลื่อนย้ายทำลายวัตถุระเบิด  โดยจังหวัดราชบุรี ได้ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ พิจารณาค่าใช้จ่ายการเก็บกู้ เคลื่อนย้ายฯ เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา กับหน่วยปฏิบัติการ รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น  70,879,257 บาท ( เจ็ดสิบล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันสองร้อยห้าสิบเจ็ดบาท ) ทางสำนักงาน ปภ.จังหวัด จะดำเนินการสรุปยอดค่าใช้จ่ายและเสนอของบประมาณการดำเนินการไปยังกระทรวงมหาดไทย


พ.อ.พิสิฐ ปั้นทอง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 16  กล่าวในที่ประชุมว่า สำหรับการกู้วัตถุระเบิดนั้น หลังจากได้มีการตั้งงบประมาณเสร็จแล้วก็จะให้ ปภ.เพื่อดำเนินการของบประมาณจากส่วนกลางไปตามขั้นตอน เมื่อได้งบประมาณอนุมัติมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการจัดหาซื้อยุทโธปกรณ์   การเรียนรู้วิธีการใช้ จากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติการ ซึ่งทางกองทัพเรือได้วางแนวทางไว้เป็นขั้นตอนอย่างละเอียด คาดว่าน่าจะประมาณปลายปี 2563 จึงจะสามารถดำเนินการปฏิบัติการเก็บกู้ทำบริเวณจุดที่พบระเบิด จำนวน 7 ลูก  เพื่อทำให้เสื่อมสภาพด้วยวิธีการของผู้เชี่ยวชาญ และจะขนตัววัตถุระเบิดไปทำลายอีกครั้ง 


ส่วนแนวทางก็จะทำบังเกอร์ใต้น้ำเซฟแรงกระแทก พร้อมกับทำบังเกอร์บนบกและจะอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ ทุกอย่างจะมีการป้องกัน  ซึ่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์แล้วว่าระเบิดยังคงอนุภาพการทำงานอยู่  เราหวังให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงกับประชาชน เพื่อจะได้เตรียมตัวจะได้ไม่ตื่นตระหนกตกใจ สำหรับงบประมาณรวมกว่า 70 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ประมาณ 50 ล้านเศษจะเป็นค่ายุทโธปกรณ์ที่ต้องซื้อเครื่องตัดเหล็กใต้น้ำ  และเครื่องบอลลูนที่จะยกลูกระเบิดขึ้น  ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร ค่าอพยพประชาชน  และส่วนที่เกี่ยวข้อง


อย่างไรก็ตามทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดยังเปิดเผยอีกว่า นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัด อยากให้ประชาชนมีผลกระทบน้อยที่สุด โดยงบประมาณดังกล่าวจะเสนอผ่านกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเสนอเข้า ครม. เนื่องจากเป็นงบแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า  อีกทั้งเร็ว ๆ นี้จะมี ครม.สัญจรที่ จ.กาญจนบุรี  อาจจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้า ครม.สัญจรที่ จ.กาญจนบุรี ซึ่งจะเป็นช่องทางที่รวดเร็วขึ้นในการอนุมัติงบประมาณดังกล่าว เพื่อจะได้ดำเนินการจัดซื้อยุทโธปกรณ์และเตรียมการในขั้นตอนต่อไป..ก.007

เตรียมเสนองบ 70 ล้านกู้ระเบิดสงครามโลกใต้สะพานจุฬาลงกรณ์ เตรียมเสนองบ 70 ล้านกู้ระเบิดสงครามโลกใต้สะพานจุฬาลงกรณ์ Reviewed by ไชโยราชบุรี on กันยายน 19, 2562 Rating: 5

อาชาบำบัดรักษาเด็กออทิสติก พ.ต.อ.วชิรพล ชูได้ผลจริง

กันยายน 18, 2562

นายณรงค์  ควรสถาวรนิจ  อายุ 46  ปี เจ้าของกิจการร้านขายจิวเวอรี่มากกว่า 10 สาขา และเป็นเจ้าของบ้านคอกม้าราชบุรี  ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 99/5  หมู่ 5 ต.ดอนตะโก  อ.เมือง  จ.ราชบุรี  ได้เปิดบ้านให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในกิจกรรมอาชาบำบัด  ให้กับเด็กออทิสติกและเด็กสมาธิสั้น โดยมีประสบการณ์มาจากที่ลูกชายของตัวเองนั้นเป็นเด็กสมาธิสั้น  จึงได้ลองไปศึกษาหาความรู้ในการที่จะช่วยให้ลูกชายนั้นได้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้  หากพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว จนมาทดลองใช้การขี่ม้ามารักษาลูก  จนถึงตอนนี้ลูกชายสามารถเรียนจบปริญญาตรี  ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ  จึงได้นำประสบการณ์เหล่านั้นออกมาแบ่งปันให้กับผู้ปกครองที่มีลูกเป็นออทิสติกและสมาธิสั้น   และได้มีการตั้งเป็นชมรมชื่อว่าชมรมร้อยดวงใจใช้อาชาพัฒนาคนพิเศษราชบุรี โดยมีพ.ต.อ.วชิรพล  อัมราพิทักษ์  รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี เป็นประธานเนื่องจากมีลูกที่เป็นออทิสติกและนำมาเข้าร่วมในกิจกรรมอาชาบำบัดแล้วได้ผล   


ด้านนายณรงค์ บอกว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากที่ลูกชายคนโตเป็น LD เป็นสมาธิสั้น เราก็ใช้ม้าเป็นจุดเริ่มในการบำบัดรักษาลูกชาย ปรากฏว่า ทำไปแล้วลูกชายดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ สามารถเข้ากับสังคมโดยรวมได้ และลูกชายสามารถเรียนได้ถึงระดับปริญญาตรี และก็สามารถขับรถไปไหนมาไหนได้ตลอดซึ่งถือว่าดีขึ้นมาก จุดนี้จึงประกายขึ้นมาว่า เมื่อลูกเราดีขึ้นเด็กคนอื่นก็น่าจะดีขึ้นได้ ซึ่งการขี่ม้าจะช่วยในเรื่อง คือ กายภาพ และเรื่องสมาธิ เวลาอยู่บนหลังม้าสัญชาตญาณของเด็กเวลาขึ้นไปเด็กจะต้องระวังตัวเหมือนว่าทำยังไงก็ได้ที่ไม่ให้ตัวเองตกให้ตัวเองอยู่บนนั้น เหมือนกับเป็นการเรียกสมาธิของน้องมาเองอัตโนมัติ น้องนิว(นามสมมติ)เป็นตัวจุดประกายของผม ที่ทำขึ้นมามี น้องนิว เป็นคนแรกที่พัฒนาขึ้นมาดีมาก จึงติดต่อเรื่องโรงเรียนเข้ามาดูงานเพื่อเราจะสานต่อตรงนี้ถ้าเด็กพิเศษเราเปิดให้ใช้ฟรีตามวันเวลาที่เรากำหนดไว้ ส่วนเรื่องของเวลาในการบำบัดก็ต้องแล้วแต่เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน เด็กบางคนอาจจะขึ้นได้แปบเดียว บางคนอาจจะไม่สามารถขึ้นม้าได้เลยตั้งแต่ครั้งแรก  คือต้องใช้เวลาทำค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ จนน้องดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราก็จะใส่อะไรเข้าไป เพื่อให้น้องมีการพัฒนาทั้งในเรื่องร่างกายทั้งเรื่องสติปัญญา และสมาธิ ฟาร์มที่นี้จะเป็นฟาร์มปิดจะไม่ได้รับม้าข้างนอกเข้ามาผสม ก็จะไม่มีเรื่องโรคหรือเรื่องโรคติดต่อ และเรื่องม้าตื่นตกใจคนจนทำร้ายคนได้ เรื่องนี้จึงไม่มีความกังวล  ซึ่งถ้าผู้ปกครองที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ บ้านคอกม้าราชบุรี หรือไม่ก็ติดต่อได้ที่เบอร์ 085-4266564


ส่วน พ.ต.อ.วชิรพล  อัมราพิทักษ์  รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี  ก็บอกว่ามีประสบการณ์ตรงจากผมเอง ผมมีบุตรสาวเป็นเด็กพิเศษ ตอนนี้อายุ 23 ปีแล้ว แต่เนื่องจากเราพัฒนามาในเรื่องต่างๆ หลายๆด้าน และบังเอิญได้รู้จักกับเจ้าของสโมสรขี่ม้าบ้านคอกม้าราชบุรี ให้โอกาสเราในการที่จะเอาลูกมาฝึกฝน เพื่อจะพัฒนาลูกให้ใกล้เคียงกับเด็กปกติ บังเอิญไปปรึกษา ผอ.กัญยา ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนการศึกษาพิเศษในจังหวัดราชบุรี ท่านมีเด็กที่ดูแลอยู่เป็นร้อยๆคน เป็นเด็กที่ด้อยโอกาสแต่ว่าต้องการคนที่มาช่วยพัฒนา ผมก็เลยเห็นความสำคัญตรงนี้ และอีกอย่างเราก็มีศักยภาพที่จะพอดูแลเรื่องราวเหล่านี้ได้ ก็เลยได้รวบรวมผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นเด็กพิเศษ จัดตั้งชมรมนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะใช้ม้ามาช่วยพัฒนาเด็กพวกนี้ เพื่อให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น   


พ.ต.อ.วชิรพล  อัมราพิทักษ์  รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี  ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้เปิดรับสมัครไปด้วย ดำเนินการไปด้วย เรารับไม่จำกัด แต่ที่สำคัญคือผู้ที่จะมาร่วมในชมรมจะต้องเป็นผู้ปกรองที่ดูแลเด็กพิเศษ คำว่าเด็กพิเศษหมายความว่าจะต้องมีบัตรประจำตัวผู้พิการ แล้วก็ในบัตรประจำตัวผู้พิการจะระบุผู้ดูแล ซึ่งผมเป็นหนึ่งในนั้นที่บุตรสาวผมมีบัตร ผมก็เป็นผู้ดูแลเขา เราก็จะมารวมกลุ่มกัน รับสมัครได้ตลอดเวลา ใครที่มีความคิดเห็นว่าสามารถที่จะเป็นกำลังสำคัญที่จะรวบรวมในเรื่องของความรู้ต่างๆ การบำบัดต่างๆ หรือในเรื่องการรวมกลุ่มกันเพื่อให้ภาคเอกชน บริษัทห้างร้าน หรือภาครัฐได้เห็นความสำคัญในจังหวัดราชบุรี เท่าที่ดูในจังหวัดราชบุรียังไม่มีการใช้อาชาบำบัดเลย   ผมนำบุตรสาวเข้ามาฝึกขี่ม้าในเวลา 3 เดือน แต่ไม่ได้ฝึกทุกวัน ฝึกแค่สัปดาห์ล่ะ 1 ครั้ง  แต่อาจจะเป็นด้วยความสามารถคุณณรงค์ที่เป็นเจ้าของสโมสรขี่ม้า เขาทุ่มเท จริงใจกับการฝึกหัดตรงนี้มากทำให้ลูกผมได้พัฒนาขึ้น  สามารถบังคับม้า สามารถตัดสินใจ สามารถจะใช้กล้ามเนื้อหรือควบคุมอารมณ์และสมาธิในการขี่ม้าได้เป็นอย่างดี ตรงนี้เป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ผมได้รับโดยตรง สิ่งนี้เองที่ผลักดันให้ผมพอมีศักยภาพ ก็อยากจะแบ่งปันให้กับสังคมหรือกับเพื่อนๆผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นเด็กพิเศษให้เขาได้รับโอกาส ก็เลยจัดตั้งชมรมนี้ขึ้นมา
อาชาบำบัดรักษาเด็กออทิสติก พ.ต.อ.วชิรพล ชูได้ผลจริง อาชาบำบัดรักษาเด็กออทิสติก พ.ต.อ.วชิรพล ชูได้ผลจริง Reviewed by ไชโยราชบุรี on กันยายน 18, 2562 Rating: 5

นำล้อยางรถยนต์ให้เสือโคร่งตะกุยเล่นผ่อนคลายเครียด

กันยายน 17, 2562

นายอำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี  นำล้อยางรถยนต์ที่ได้รับบริจาค  มอบให้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว ไว้ให้เสือตะกุยเล่นผ่อนคลายความเครียด หลังป่วยตายแล้วจำนวน  32 ตัว พร้อมเป็นพยานร่วมกับหัวหน้าสถานีฯ ตรวจสอบพิสูจน์ซากชิ้นส่วนเสือที่แช่อยู่ในถังว่าอยู่ครบสมบูรณ์หรือหรือไม่


วันที่ 17 ก.ย.62 นายประยงค์ จันทเต็ง นายอำเภอจอมบึง ได้นำอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ช่วยกันขนล้อยางรถยนต์จำนวน 60 เส้นที่ได้รับการบริจาค จากนางอารีย์ บวรพัฒนานนท์  เจ้าของร้านยางมิชชาลีน ในจังหวัดราชบุรี  มอบให้กับนายวินันท์ วิระนะ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ต.รางบัว อ.จอมบึง เพื่อไว้ให้เสือตะกุยเล่นผ่อนคลายความเครียด หลังป่วยตายแล้วจำนวน  32 ตัว หลังจากทราบว่าที่สถานีฯ มีล้อยางรถยนต์ไว้ให้เสือได้ตะกุยเล่นภายในบริเวณกรงพร้อมอุปกรณ์การเล่นอื่น ๆ มีจำกัด ทางนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีแนวคิดพร้อมทั้งมอบหมายให้ขอรับบริจาคล้อยางที่หมดสภาพแล้ว เพื่อนำมาให้เสือโคร่งได้เล่นผ่อนคลายความเครียด หลังจากที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้มีการย้ายเสือโคร่งจากวัดหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2559  มาอยู่ในความดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จำนวน 62 ตัว และได้ทยอยป่วยด้วยโรคอัมพาตลิ้นกร่องเสียงและเชื้อไข้หัดสุนัข  ตายตั้งแต่เริ่มย้ายมาทีละตัวสองตัวไปแล้วจำนวน  32 ตัว  และได้ย้ายไปอยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง อ.จอมบึง จำนวน 85 ตัว  รวมทั้ง 2 แห่งจำนวน 147 ตัว ล้มป่วยตายแล้วรวมทั้ง 2 แห่งจำนวน 86 ตัว


นายประยงค์ จันทเต็ง นายอำเภอจอมบึง กล่าวว่า เป็นความประสงค์ของนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี หลังจากเมื่อวานนี้ได้มาตรวจเยี่ยมการดูแลเสือโคร่งของเจ้าหน้าที่ที่นำมาจากวัดหลวงตาบัวเอามาไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน ทางนายวินันท์ วิระนะ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนรายงานว่า เสือที่นำมาอยู่นั้นคล้ายแมวซึ่งจะต้องมีที่เล่นเพื่อทำให้มีจิตใจเบิกบานไม่เครียด  เป็นตะกุยเล็บเสือ มีต้นไม้ข่วนลับเล็บ   เพื่อมอบให้กับทางสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน  ให้เสือที่ยังคงเหลืออยู่ได้เล่น ออกกำลังกาย ลดปัญหาความเครียดได้  ส่วนในวันพรุ่งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ยังได้มอบหมายให้สัตวแพทย์หญิงวรรณี วัฒนพงศ์ชาติ ปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี เตรียมนำเนื้อไก่ และเนื้อสุกรซึ่งได้ประสานขอความอนุเคราะห์จากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี นำมาให้เสือโคร่งได้กินเป็นอาหาร เพื่อช่วยเสริมการดูแลให้เสือมีความเป็นอยู่ที่ดี


อย่างไรก็ตามหลังจากที่รับมอบล้อยางรถยนต์เสร็จแล้ว   ทางนายอำเภอจอมบึง ยังได้ร่วมเป็นพยานตรวจสอบซากชิ้นส่วนเสือโคร่งที่เจ้าหน้าที่นำออกจากถังแช่น้ำยาฟอร์มาลีน เป็นเสือโคร่งเพศเมียซื่อสายขวัญ อายุประมาณ 6 ปี 9 เดือน สายพันธุ์ไซบีเรีย ที่ล้มป่วยตายเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา สัตวแพทย์พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจดูแต่ละชิ้นส่วนที่วางกองอยู่บนผ้ายางพลาสติก พบว่ายังมีชิ้นส่วน หัว เขี้ยว และอวัยวะอื่นๆ อยู่ครบสมบูรณ์  จากนั้นก็ได้ค่อย ๆนำชิ้นส่วนทยอยใส่กลับเข้าถังแช่ตามเดิม
นำล้อยางรถยนต์ให้เสือโคร่งตะกุยเล่นผ่อนคลายเครียด นำล้อยางรถยนต์ให้เสือโคร่งตะกุยเล่นผ่อนคลายเครียด Reviewed by ไชโยราชบุรี on กันยายน 17, 2562 Rating: 5

อัครเดช"ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวนาร้องน้ำแล้ง ข้าวกว่าหมื่นไร่ใกล้ยืนต้นตาย

กันยายน 17, 2562

วันที่ 17 ก.ย.62 ที่ห้องประชุมชั้น 2 องค์การบริหารส่วนตำบลเขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 ราชบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดราชบุรี ประกอบด้วย สำนักงานเกษตร ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย, นายอำเภอบ้านโป่ง, อุตุนิยมวิทยา, กรมฝนหลวง, สำนักงานชลประทานที่ 13 กาญจนบุรี และ อบต.เขาขลุง ได้ร่วมประชุมแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งเนื่องจากฝนทิ้งช่วง โดยมีประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาขลุง ตั้งแต่หมู่ที่ 8 - 17 ได้รับความเดือดร้อนจากฝนทิ้งช่วงทำให้ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก จนทำให้พืชผลทางเกษตรได้รับความเสียหายรวมกว่า 1 หมื่นไร่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยหลังที่มีการประชุมแล้วเสร็จ นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 4 ราชบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดราชบุรี ได้ลงพื้นที่แปลงนาของชาวบ้านหมู่ที่ 8 บ้านหนองขาม ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่ากำลังประสบปัญหาภัยแล้ง จนพืชผลทางการเกษตรใกล้จะยืนต้นตาย


ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจ ได้มีตัวแทนชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดย นางอำพา จันดาเปรม อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นชาวนาบ้านหนองขาม เข้ามาชี้แจงถึงความเดือดร้อน โดยเปิดเผยว่า พื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหายประกอบด้วยแปลงนาข้าวสายพันธุ์ สุพรรณบุรี 1 ปทุมธานี 1 และชัยนาท รวมถึงไร่อ้อย ตั้งแต่หมู่ที่ 8 - 17 พื้นที่รวมกว่า 1 หมื่นไร่  ซึ่งในบริเวณจุดที่ได้รับผลกระทบภัยแล้ง จะมีลักษณะเป็นพื้นที่ดอน อยู่นอกเขตชลประทาน ตามปกติ ชาวบ้านสามารถทำได้เพียงช่วงนาปี หรือเดือนกรกฎาคม ที่จะเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว แต่ทว่าในปีนี้ฝนได้ทิ้งช่วงมาตั้งแต่ต้นฤดู จึงทำให้กล้าข้าวในแปลงนามีสภาพเหลืองแคระแกรนกำลังยืนต้นตาย ดินแห้งแตกระแหง สระน้ำที่ขุดเอาไว้ก็เหลือน้ำเพียงก้นสระไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ซึ่งคาดว่าใน 1 สัปดาห์นี้ หากฝนยังไม่ตก หรือไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยง ก็จะทำให้นาล่มทั้งหมดอย่างแน่นอน ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกัน เพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำการบินสร้างฝนหลวง หวังแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนในระยะยาวอยากให้สนับสนุนทำระบบชลประทาน


นายอัครเดช ส.ส.ราชบุรี เขต 4 เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านถึงความเดือดร้อนและความต้องการ  ซึ่งประชาชนในพื้นเขต ต.เขาขลุง ได้ร้องเรียนมาว่ามีปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้น หมู่ 8 และ หมู่ 13 ต.เขาขลุง  ก็ได้มาลงพื้นที่จริง ได้พบปัญหานาข้าวได้รับปัญหาฝนทิ้งช่วง จึงได้ประสานหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งเกษตรจังหวัด ป้องกันภัยจังหวัด และอุตุนิยมวิทยา ตลอดจนผู้นำท้องถิ่น เข้ามาสำรวจความเสียหายและก็หามาตรการในการแก้ไขให้พี่น้องประชาชนต่อไป 


ส่วนในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ทางส่วนราชการได้มีมาตรการในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน อันดับแรกคือเรื่องของการประกันรายได้  ซึ่งจะให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไปขึ้นทะเบียนกับทางเกษตรอำเภอ ซึ่งจะได้รับสิทธิ์ประกันรายได้ ถึงแม้พืชผลจะได้รับความเสียหาย แต่ก็ยังได้เงินประกันส่วนต่างที่เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล  สองคือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ส่งการกรมฝนหลวงได้ทำฝนหลวงเพิ่มเติ่ม ซึ่งคิดว่าจะทำให้ได้รับปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น จากการที่ผู้อำนวยการอุตุนิยมวิทยารายงานให้พี่น้องเกษตรกรได้รับทราบ ส่วนที่สามในระยะยาวได้หารือกับทางชลประทานจังหวัดได้มีการแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งตรงนี้ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร








อัครเดช"ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวนาร้องน้ำแล้ง ข้าวกว่าหมื่นไร่ใกล้ยืนต้นตาย อัครเดช"ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวนาร้องน้ำแล้ง ข้าวกว่าหมื่นไร่ใกล้ยืนต้นตาย Reviewed by ไชโยราชบุรี on กันยายน 17, 2562 Rating: 5

ยึดรถบรรทุกลักลอบขนถังสารเคมีที่เข้าข่ายเป็นสารอันตรายมากำจัดที่ราชบุรี

กันยายน 17, 2562

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ก.ย. 62  นายวีรัส  ประเศรษโฐ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี  ได้รับแจ้งจากพ.ต.ท.ชิณโชติ  โชติศิริ   สวป.สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี  ว่าขณะนี้ได้ทำการตรวจสอบรถบรรทุกสิบล้อที่บรรทุกถังสารเคมี ที่คาดว่าน่าจะเข้าข่ายเป็นสารอันตราย ที่บริเวณถนนสายน้ำพุ-ปากบึง  หมู่ 8  ต.รางบัว  อ.จอมบึง  จ.ราชบุรี  จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมนายไพฑูรย์  ปัตตนา  นายกอบต.น้ำพุ  เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม  และเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม  ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกสิบล้อ มีตู้ทึบที่ด้านหลัง  ยี่ห้อ มิตซูบิชิ  สีขาว  หมายเลขทะเบียน 88-8905  นครปฐม  ภายในตู้ทึบพบถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร บรรจุอยู่ 96 ถัง  ตรวจสอบภายในถังพบว่ามีของเหลวคล้ายกับสีน้ำมันไหลออกมา  เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมจึงทำการเก็บตัวอย่างไปทำการพิสูจน์ว่าเป็นสารอะไร  และมีอันตรายหรือไม่


ด้านเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ทำการตรวจสอบใบอนุญาตขนส่งจากนายณภัทร  พิมพ์แก้ว  อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86  หมู่ 2  ต.วัดโมกข์  อ.วชิรบารมี  จ.พิจิตร  ซึ่งเป็นคนขับรถก็บอกว่าทางบริษัทไม่ได้ให้มา  ทางเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.จอมบึง ได้ทำการตรวจยึดรถไว้ก่อนและจะไปทำการลงบันประจำวันไว้ด้วย


และจากการสอบถามนายณภัทร  คนขับรถบรรทุกสิบคันดังกล่าวก็บอกว่า ตนเป็นลูกจ้างของบริษัทแห่งหนึ่งในอ.สามพราน  จ.นครปฐม  ซึ่งได้สั่งให้นำถังดังกล่าวมาส่งให้กับบริษัทเฮียนิ้ว  ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบริเวณที่ถูกจับ เพื่อนำมากำจัด โดยไม่ทราบว่าบริษัทดังกล่าวนั้นศาลมีคำสั่งให้หยุดดำเนินกิจการไปนานแล้ว  และในถังที่บรรทุกมาคิดว่าเป็นถังที่ไม่ได้ใส่อะไร  แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ลองเอียงถังดู จึงพบว่ามีสารเคมีที่เป็นของเหลวไหลออกมาส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว  ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสารดังกล่าวน่าจะเข้าข่ายเป็นสารเคมีอันตราย  จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบพร้อมกับนำตัวนายณภัทร  ไปสอบสวนที่สภ.จอมบึง  เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตขนส่ง  ซึ่งถ้าผลการตรวจสอบออกมาแล้วว่าเป็นสารอันตรายก็จะต้องข้อกล่าวหากับทางโรงงานต้นทางที่ส่งมาด้วย







ยึดรถบรรทุกลักลอบขนถังสารเคมีที่เข้าข่ายเป็นสารอันตรายมากำจัดที่ราชบุรี ยึดรถบรรทุกลักลอบขนถังสารเคมีที่เข้าข่ายเป็นสารอันตรายมากำจัดที่ราชบุรี Reviewed by ไชโยราชบุรี on กันยายน 17, 2562 Rating: 5
ขับเคลื่อนโดย Blogger.